ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนสิงหาคม 2565
ศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ได้ดำเนินการจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงของ สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมของประชาชนในภาคใต้ เก็บแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 420 ตัวอย่าง
ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนสิงหาคม เปรียบเทียบ
เดือนกรกฎาคม และคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า
| รายการข้อคำถาม | กรกฎาคม 2565 | สิงหาคม 2565 | คาดการณ์ใน 3 เดือนข้างหน้า | ||||||||
| เพิ่มขึ้น/ | คงที่/ | ลดลง/ | เพิ่มขึ้น/ | คงที่/ | ลดลง/ | เพิ่มขึ้น/ | คงที่/ | ลดลง/ | |||
| ดีขึ้น | เท่าเดิม | แย่ลง | ดีขึ้น | เท่าเดิม | แย่ลง | ดีขึ้น | เท่าเดิม | แย่ลง | |||
| 1. ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม | 26.70 | 45.80 | 27.50 | 26.90 | 45.60 | 27.50 | 39.50 | 44.40 | 16.10 | ||
| 2. รายได้จากการทำงาน | 25.20 | 45.40 | 29.40 | 25.70 | 45.80 | 28.50 | 36.80 | 50.20 | 13.00 | ||
| 3. รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครอบครัว | 27.40 | 47.50 | 25.10 | 27.60 | 48.50 | 23.90 | 35.20 | 47.90 | 16.90 | ||
| 4. รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว เช่น การเดินทาง ที่พัก อาหาร และอื่น ๆ | 34.80 | 45.90 | 19.30 | 35.30 | 46.20 | 18.50 | 33.60 | 46.20 | 20.20 | ||
| 5. ความสุขในการดำเนินชีวิต | 26.70 | 47.10 | 26.20 | 26.80 | 47.40 | 25.80 | 34.50 | 45.10 | 20.40 | ||
| 6. ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) | 26.30 | 45.50 | 28.20 | 26.50 | 45.90 | 27.60 | 31.40 | 47.30 | 21.30 | ||
| 7. การออมเงิน | 25.00 | 46.80 | 28.20 | 25.30 | 46.70 | 28.00 | 31.20 | 47.10 | 21.70 | ||
| 8. การรักษามาตรฐานค่าครองชีพ | 29.70 | 44.20 | 26.10 | 29.50 | 44.10 | 26.40 | 37.90 | 49.30 | 12.80 | ||
| 9. การลดลงของหนี้สิน | 29.60 | 46.30 | 24.10 | 29.20 | 46.10 | 24.70 | 33.70 | 50.40 | 15.90 | ||
| 10. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน | 26.20 | 45.80 | 28.00 | 26.80 | 45.50 | 27.70 | 36.40 | 43.70 | 19.90 | ||
| 11. การแก้ปัญหายาเสพติด | 27.30 | 43.10 | 29.60 | 27.10 | 43.30 | 29.60 | 35.70 | 45.90 | 18.40 | ||
| 12. การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ | 27.90 | 44.10 | 28.00 | 27.50 | 44.20 | 28.30 | 38.90 | 44.80 | 16.30 | ||
| 13. การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ | 28.60 | 43.80 | 27.60 | 28.80 | 43.50 | 27.70 | 39.30 | 45.20 | 15.50 | ||
ความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนมิถุนายน กรกฎาคม และสิงหาคม 2565
| รายการข้อคำถาม | 2565 | ||
| มิถุนายน | กรกฎาคม | สิงหาคม | |
| 1. ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม | 43.40 | 43.90 | 44.20 |
| 2. รายได้จากการทำงาน | 39.90 | 39.80 | 41.10 |
| 3. รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครอบครัว | 53.80 | 55.20 | 55.40 |
| 4. รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว เช่น การเดินทาง ที่พัก อาหาร และอื่น ๆ | 40.30 | 45.50 | 46.30 |
| 5. ความสุขในการดำเนินชีวิต | 48.20 | 48.70 | 48.80 |
| 6. ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) | 40.50 | 40.40 | 40.60 |
| 7. การออมเงิน | 39.00 | 38.80 | 39.10 |
| 8. การรักษามาตรฐานค่าครองชีพ | 40.20 | 40.10 | 40.00 |
| 9. การลดลงของหนี้สิน | 48.60 | 48.40 | 48.20 |
| 10. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน | 39.10 | 40.80 | 41.50 |
| 11. การแก้ปัญหายาเสพติด | 45.40 | 45.30 | 44.90 |
| 12. การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ | 37.00 | 38.00 | 36.70 |
| 13. การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ | 32.00 | 31.80 | 32.10 |
| 14. ความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวม | 41.10 | 41.80 | 42.30 |

ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ รายงานผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนสิงหาคม 2565 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวมเดือนสิงหาคม 2565 (42.30) ปรับเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2565 (41.80) และเดือนมิถุนายน (41.10) โดยดัชนีที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม รายได้จากการทำงาน รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครอบครัว รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว ความสุขในการดำเนินชีวิต ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) การออมเงิน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยปัจจัยบวกที่สำคัญ ได้แก่ การท่องเที่ยวที่กลับมาฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ สังเกตได้จากความต้องการเดินทางท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ จากการสำรวจ พบว่า ตารางการบินในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ยาวไปถึงช่วงไตรมาสที่ 1 ในปีหน้า ของสนามบินนานาชาติหลักของไทยมีการจองล่วงหน้าในปริมาณสูง ส่งผลให้ภาคบริการและการบริโภคเอกชนในภาพรวม โดยเฉพาะบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งธุรกิจในภาคการท่องเที่ยวและบริการนับเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย อีกทั้งนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนมีแนวโน้มเดินทางเข้ามาประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น โดยคาดว่ารัฐบาลจีนจะเริ่มทยอยผ่อนคลายนโยบายโควิดเป็นศูนย์ (Zero COVID) ในช่วงปลายปี 2565 และปลดล็อกการเดินทางเข้าออกประเทศในปี 2566
การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทยส่งผลให้ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และบริการต่าง ๆ มีแนวโน้มเริ่มฟื้นตัวได้มากขึ้น จำนวนผู้เข้าพักและอัตราการเข้าพักมีแนวโน้มเติบโตที่ดี เนื่องจากนักท่องเที่ยวไทยมีความมั่นใจในการเดินทางมากขึ้น แต่กำลังซื้อที่ลดลงกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวไทยส่วนหนึ่งเลือกเดินทางไปยังจังหวัดใกล้เคียงหรือจังหวัดเมืองรองเพื่อลดค่าใช้จ่าย ในส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มการท่องเที่ยวปรับตัวสูงขึ้น แต่ยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวให้กลับไปเท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิด ทั้งนี้ ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และธุรกิจภาคบริการต่าง ๆ ถึงแม้จะมีแนวโน้มในการฟื้นตัวของธุรกิจที่ดีขึ้น แต่ยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น และปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคบริการ อีกทั้งนักท่องเที่ยวไทยที่มีกำลังซื้อบางส่วนเริ่มเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น ประกอบกับการแข่งขันที่สูงขึ้นของธุรกิจ เนื่องจากธุรกิจที่ได้ปิดบริการชั่วคราวในช่วงโควิดระบาด เริ่มกลับมาเปิดให้บริการมากขึ้น
จากสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นสวนทางกับรายได้ที่ทรงตัว โดยประชาชนส่วนใหญ่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น ด้วยการปรับพฤติกรรมการซื้อสินค้าและบริการที่ลดลง รวมถึงลดการใช้จ่ายในกิจกรรมนอกบ้านที่ไม่จำเป็น เนื่องจากประชาชนมองว่า รายจ่ายของตนเพิ่มขึ้นในอัตราที่มากกว่ารายได้ ประกอบกับปัญหาทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ ทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องประหยัดมากขึ้น ทั้งนี้ ในระยะเวลาข้างหน้าประชาชนยังต้องเตรียมรับกับสถานการณ์เกี่ยวกับราคาสินค้าและบริการที่อาจสูงขึ้นอีก โดยการส่งผ่านต้นทุนจากผู้ผลิตมาสู่ผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ด้านราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง อันจะส่งผลต่อการปรับขึ้นของราคาสินค้าและบริการที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าก๊าซหุงต้ม และสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ เป็นต้น ทั้งนี้ ประชาชนคาดหวังว่า มาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ อาทิ โครงการคนละครึ่งเฟส 5 (เริ่มใช้ ก.ย. 2565) และโครงการอื่น ๆ อาจจะเข้ามาช่วยประคับประคองภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชนในช่วงที่รายได้ไม่สอดคล้องกับรายจ่ายได้บ้าง
จากการสัมภาษณ์ประชาชนภาคใต้ในหลายสาขาอาชีพ เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้น แนวทางการแก้ไข และความคิดเห็นต่อมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐ รวมถึงข้อเสนอแนะต่าง ๆ มีดังนี้
- ประชาชนมีความกังวลกับราคาสินค้าและบริการมีราคาสูงขึ้น ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น โดยครัวเรือนส่วนมากมองว่าค่าใช้จ่ายโดยรวมสูงขึ้น เกิดจากราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาวะเงินเฟ้อสูงขึ้น ขณะที่รายได้เท่าเดิมหรือลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่เต็มที่มากนัก จึงเสนอแนะให้ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน โดยการลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เวลาประชาชนในการปรับตัวและสามารถดำรงชีพได้อย่างไม่ฝืดเคืองมากนัก ในภาวะสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้
- จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ลดลงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้แล้ว ประชาชนในส่วนของนักวิชาการคาดหวังว่า ภาครัฐควรมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวอย่างเหมาะสม อีกทั้งส่งเสริมการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนให้สูงขึ้น เพื่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
- ประชาชนกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองที่อาจเปลี่ยนแปลง และมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะจากเหตุการณ์ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง การครบวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ครบ 8 ปี ของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยประชาชนมีความกังวลว่า การบริหารประเทศของรัฐบาลและรัฐมนตรีจะดำเนินไปในทิศทางเช่นใด และจะส่งผลต่อทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างไร
ผลคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และรายได้จากการทำงานจะเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 39.50 และ 36.80 ตามลำดับ ส่วนความเชื่อมั่นต่อรายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครัวเรือน และรายจ่ายด้านการท่องเที่ยว ในอีก 3 เดือนข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 35.20 และ 33.60 ตามลำดับ ส่วนความเชื่อมั่นด้านความสุขในการดำเนินชีวิต การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้า จะเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 34.50
38.90 และ 39.30 ตามลำดับ
ปัจจัยที่ประชาชนส่วนใหญ่มองว่ามีผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันมากที่สุด คือ ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 56.80 รองลงมา คือ รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย คิดเป็นร้อยละ 21.40 และภาระหนี้สินของประชาชน คิดเป็นร้อยละ 16.30 ขณะที่ปัญหาเร่งด่วนที่ประชาชนส่วนใหญ่มองว่ารัฐบาลควรรีบดำเนินการและให้ความช่วยเหลือ อันดับแรก คือ การแก้ปัญหาราคาสินค้าและบริการที่เพิ่มสูงขึ้น รองลงมา คือ การเพิ่มรายได้ให้กับผู้ที่มีรายได้น้อย การแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชน และการสนับสนุนพลังงานทดแทน ตามลำดับ
